sl.jpg

24 กค 64

 “กระรอกแลกนม”
เรื่องเศร้าริมฝั่งสาละวิน
 

โดย คาเซ ณ คเรน

ฝนตกพรำๆ เวิ้งน้ำกว้างใหญ่เสียงเครื่องยนต์เรือผ่อนแรงเพื่อเทียบฝั่งแม่น้ำสาละวิน บนพรมแดนไทย-พม่า บนตลิ่งทึบด้วยดงหญ้าอ้อสีเขียว เมื่อเรือจอดมองเห็นทางเดินเล็กๆ ในพงหญ้ามีผู้คนออกมาทั้งหญิงชาย เด็กๆ ต่างเดินลงมาที่เรือเพื่อช่วยกันขนของที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เรือลำน้อยบรรทุกข้าวของมาบริจาค ผ่านมิตรภาพชุมชนชายแดน ที่พึ่งพาอาศัยกันทั้งยามทุกข์สุข

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาฝั่งขวาของแม่น้ำสาละวิน เกิดสถานการณ์การสู้รบ โดยกองทัพพม่าโจมตีกองกำลังรัฐกะเหรี่ยงอย่างหนัก โดยเฉพาะในเขตกองพล 5 ของกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ตรงข้าม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อทราบว่าเพื่อนมนุษย์ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก หลายคนที่อยู่ในประเทศไทยต่างเห็นอกเห็นใจ พากันรวบรวมส่งข้าวของมาให้ มีทั้งข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการยังชีพในภาวะสงคราม ให้แก่ผู้คนต้องหลบหนีซ่อนตัวกลางป่า ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างต้องอดอยากท่ามกลางเพลิงสงครามบนแผ่นดินเกิด

ผู้ที่มารับสิ่งของบรรเทาทุกข์ในวันนี้มีทั้งหญิง ชาย วัยกลางคน ผู้เฒ่า และเด็กเล็กๆ ต่างพากันช่วยขนข้าวของกลับไปยังที่กำบังหลบภัยที่อยู่กลางป่าลึก ห่างออกไปจากริมฝั่งน้ำสาละวินชายแดนไทย-พม่า สถานที่หลบซ่อนต้องเดินเท้าไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ทุกๆ คนก็พร้อมเสียสละ มาช่วยกันขนของจำเป็นเพื่อกลับไปแบ่งปันให้กับชาวบ้านที่รออยู่ เพื่อประทังชีวิตในการอยู่รอดในยามนี้

ผมยืนมองพวกเขาพลันเกิดความเศร้าขึ้นในใจ จุกอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนจับราวขอบเรือ ค่อยๆ กลืนความรู้สึกนั้นไปอย่างช้าๆ มีคำถามในใจมากมาย

ภาพที่เห็นปนด้วยความปลาบปลื้ม ผู้ที่มารับของต่างมีความรู้สึกดีใจ ตื้นตันที่ยังมีผู้เมตตาต่อเขา มีผู้ไม่ทิ้งเขา มีมิตรภาพ ได้ยินเสียงเขาในยามหิวโหยลำบากยากแค้น ตามมาด้วยเสียงคำขอบคุณซ้ำๆ “ต่าบลึ๊น้อ ต่าปลึ๊ เก่อจ่าญว่า โฉ่ เก” แปลได้ว่าขอบพระคุณทุกท่าน ขอให้พระเจ้าอวยพร

 

ของที่ขนลงจากเรือถูกนำไปกองรวมกันเพื่อคัดแยก และช่วยกันแบ่ง พร้อมขนส่งไปยังชาวบ้านที่หลบซ่อนในป่า แต่ละคนต่างเตรียมอุปกรณ์ในการขน บ้างเอาผ้าโสร่ง บ้างเอาก๋วยตะกร้าสาน ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามที่พอจะมี

ระหว่างนั่งพักรอการจัดข้าวของ บางคนล้อมวงกินหมาก บางคนนั่งสูบยา ผมหันไปมองชายวัยกลางคน ที่เดินค้อมตัวเดินมาหาผมอย่างเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับยื่นมือที่มีกระรอกป่า 2 ตัวซึ่งย่างจนแห้งห่อด้วยใบตอง

“จะขายเหรอครับ” ผมถามด้วยความสงสัย

“ไม่ได้จะขายครับ” เขาตอบ

“ให้เอาเป็นกับข้าวระหว่างทางใช่มั้ยครับ” ผมถามอีกเพราะไม่แน่ใจในวัตถุประสงค์ที่เขายื่นให้

“ไม่ใช่ครับ …ผมจะเอามาขอแลกกับนม เพื่อเอาไปให้ลูกครับ อาจารย์พอจะมีนมมั้ยครับ” เขาพูดเสียงเบาๆ แบบไม่มั่นใจ

ผมจุกอกยิ่งขึ้นและเสียวปร๊าบเข้าไปข้างในเมื่อได้ฟังคำตอบ

ผมถามเขาว่าต้องการนมอะไรที่จะให้ลูก ชายชาวกะเหรี่ยงคนนี้บอกว่าต้องการนมข้นหวานกระป๋อง “ผมต้องการเอาไปชงผสมน้ำอุ่นให้ลูกกินครับ ลูกคลอดได้ 5 เดือนแล้ว แม่เขาก็สุขภาพไม่ดี เราต้องหนีทหารพม่า พากันหลบอยู่ในป่า ไม่ได้อยู่ที่บ้าน แม่ไม่มีน้ำนม ลูกไม่ได้กินนมแม่เลยตั้งแต่เกิดจนได้ 5 เดือนแล้ว” ความรู้สึกของผมมันหม่นหมองจนยากบรรยาย

“เด็กอ่อนจะชงข้นหวานแบบนี้ไม่ได้ อาจอันตรายต่อเด็กน่ะครับ” ผมเข้าใจดีถึงการไม่มีทางเลือก แต่อดเป็นห่วงทารกไม่ได้

“ถ้าเป็นนมอย่างอื่นมีราคาแพง เราไม่เงิน แล้วแถวนี้ก็ไม่มีขายครับ อย่างน้อยถ้ามีนมกระป๋องก็พอชงน้ำแล้วหยอดให้ลูกดื่ม ผสมน้ำข้าวบด ทีละนิดๆ ยังพอประทังชีวิตลูกได้ครับ” ชาวชาวกะเหรี่ยงตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ

เขาเล่าว่าถ้าในสถานการณ์ปกติ เขาสามารถหายาสมุนไพร หรืออาหารในป่า ต้มกินเสริมอาหารช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ได้ แต่สถานการณ์สงครามยามนี้ไปไหนมาไหนไม่ได้ ทหารพม่าพยายามบุกเข้ามาในแผ่นดินรัฐกะเหรี่ยง ทหารพม่ากระจายตัวปิดเส้นทาง ชาวบ้านจึงต้องพากันหลบซ่อนตัวในป่า แม้ตอนนี้การโจมตีทางอากาศโดยกองทัพเผด็จการพม่าเบาลงบ้างแล้ว ชาวบ้านบางส่วนแอบกลับเข้าไปอาศัยในบ้านบ้างแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะออกไปหาอาหารต่างๆ ในป่าได้เหมือนเดิม

อย่างที่ผมเห็นตอนนี้ ทุกคนแทบไม่มีทางเลือก แม้แต่การเดินมารับของบริจาคที่ริมสาละวิน ก็ต้องดูสถานการณ์ และต้องเดินหลบฐานทหารพม่าที่ตั้งอยู่ใกล้ทางผ่านของหมู่บ้าน แต่ละคนต้องเสี่ยงชีวิต แต่เพราะความยากเข็ญบังคับ หากไม่เดินมาก็คงไม่มีกิน

การรุกรานโจมตีประชาชนโดยทหารพม่าในรัฐกะเหรี่ยงครั้งนี้กินเวลายาวนานหลายเดือน เด็กๆ และ คนแก่ในหมู่บ้านเริ่มเจ็บป่วยเนื่องจากความอดอยาก รอความช่วยเหลืออยู่ในหมู่บ้าน

 

แม้เป็นบทสนทนาเพียงสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความเศร้าที่สุดกล้ำกลืน ยากเกินจะบรรยายความรู้สึกเมื่อได้รับฟัง

ผมนับถือในความเป็นพ่อในตัวผู้ชายคนนี้ เห็นแววตาของคนที่เป็นพ่อ มีทั้งความเศร้า ความกังวล ความเป็นห่วงลูก อัดแน่นอยู่ในนั้น

ผมพูดให้กำลังใจ และประสานคนขับเรือรีบกลับไปหาซื้อนมมาให้ เพื่อเอามาบรรเทาก่อน ซึ่งเขาแจ้งว่าจะส่งนมผงสำหรับเด็กแรกเกิดตามมาให้อีกที ผมบอกเขาว่าพวกเราจะช่วยรับผิดชอบเรื่องนมสำหรับเด็กคนนี้จนหย่านม ขอให้เขาไม่ต้องกังวลอีก แต่ในใจตั้งคำถามต่อไปว่ามีเด็กทารกและแม่ลูกอ่อนอีกกี่สิบกี่ร้อยคนที่กำลังเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ แล้วต้องทำอย่างไรถึงความช่วยเหลือจึงเข้าไปถึงมือพวกเขาได้

“กระรอกย่างนั้น พี่เอากลับไปกินกันระหว่างทางนะ พวกเรากินข้าวกันมาแล้วไม่เป็นไร” ผมบอกเขา

ทั้งเขาและชาวบ้าน ต่างกล่าวคำขอบคุณและฝากส่งความซาบซึ้งใจไปให้ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ พวกเราก็ได้แต่พยักหน้ารับคำขอบคุณแทนผู้บริจาค และพูดให้กำลังใจทุกๆ คน ขอให้ฝ่าความยากลำบากนี้ไปด้วยกันให้ได้โดยเร็ววัน

ฝนซาลงแล้ว เรารีบก้าวขึ้นเรือบนน้ำสาละวินอันถูกกำหนดเป็นพรมแดน สายน้ำยังรินไหล เสียงความเศร้าปนความปลาบปลื้มในน้ำใจแห่งมิตรภาพไร้พรมแดนของเพื่อนมนุษย์ยังคงก้องในความรู้สึก

เสียงเรือยนต์ออกเลี้ยวกลับ สำเร็จแล้วกับภารกิจเพื่อนมนุษยธรรมอีกหนึ่งครั้ง แล้วเราจะกลับมาพร้อมนมผงนะหนูน้อย

ขณะที่เรือมุ่งหน้าแผ่นดินไทย

 

ผมได้แต่ภาวนาให้ทุกคน อดทน ฝ่าความยากลำบากนี้ให้ได้ และขอให้สันติภาพ คืนสู่แผ่นดินกอซูเล